Top

ทัวร์ยุโรป Spain สเปน บาร์เซโลนา

ชื่อทัวร์ : ทัวร์ยุโรป Spain สเปน บาร์เซโลนา
สายการบิน : Cathay Pacific
ระยะเวลา : 7 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้น : 38,999 บาท
วันที่เดินทาง

06 - 12 กุมภาพันธ์ 2563
(08 ก.พ. วันมาฆบูชา / 10 ก.พ. วันหยุดชดเชย)
07 - 13 มีนาคม 2563

รายละเอียดทัวร์

ทัวร์ยุโรป Spain

สเปน บาร์เซโลนา ซาราโกซา เซโกเวีย โทเลโด มาดริด [เลสโก โฮลา โฮลา]
 ชมอาณาจักรแห่งมหาวิหาร สถาปัตยกรรมมรดกโลก และเมืองเก่าอาหรับโบราณ ขึ้นสู่มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ ขอพรพระแม่มารีย์องค์สีดำ แห่งมอนต์เซอร์รัตโดยกระเช้าลอยฟ้า
 
  • มหาวิหารซากราดาฟามีเลีย
  • คาซ่า-บัตโล่
  • คาซ่า-มิลล่า
  • โบสต์ประจำเมืองบาร์เซโลนา
  • จัตุรัสเดอร์ฟิวลาร์
  • มหาวิหารซานตามาเรียเดอมอนต์เซอร์รัต
  • มหาวิหารแม่พระแห่งเสาศักดิ์สิทธิ์
  • โรงละครปาเลาเดอลาคาตาลานา
  • พระราชวังอัลจาฟีเลีย
  • มหาวิหารแห่งเมืองโทเลโด
  • ปราสาทแห่งเมืองโทเลโด
  • สะพานส่งน้ำโรมันโบราณแห่งเมืองเซโกเวีย
  • มหาวิหารแห่งเมืองเซโกเวีย
  • น้ำพุเทพีแห่งชัยชนะ
  • พระราชวังหลวงแห่งเมืองมาดริด
  • วิหารหลวงประจำเมืองมาดริด
  • ย่านพลาซ่า-เดอ-เอสปาน่า
  • ย่านพลาซ่า-มาร์ยอร์
  • ย่านปูเอต้าเดลซอล
  • ถนนกรานด์เวีย
 

วันที่หนึ่ง            ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย - ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คแล็บก็อก เมืองฮ่องกง ประเทศฮ่องกง      (-/-/-)

15.30 น.           ขอเชิญคณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ M สายการบิน Cathay Pacific Airways โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และ หัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง

17.40 น.           นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คแล็บก็อก เมืองฮ่องกง ประเทศฮ่องกง โดยสายการบิน Cathay Pacific Airways เที่ยวบินที่ CX708

** ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง 55 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

21.25 น.           เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คแล็บก็อก เมืองฮ่องกง ประเทศฮ่องกง 

วันที่สอง             ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คแล็บก็อก เมืองฮ่องกง ประเทศฮ่องกง - ท่าอากาศยานนานาชาติบาร์เซโลนา เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน - เมืองบาร์เซโลนา - ประตูชัยเก่าแก่ ประจำเมืองบาร์เซโลนา - สวนสาธารณะซิวทาเดลลา - สนามฟุตบอลคัมป์ นู - มหาวิหารซากราดาฟามีเลีย - คาซ่า บัตโล่ - คาซ่า มิลล่า - โบสต์ประจำเมืองบาร์เซโลนา - ถนนลา ลารัมบลาส - โรงละครปาเลา เดอ ลา คาตาลานา - รูปปั้นกาลิเลโอ - อนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส   (-/-/-)    

00.15 น.           นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติบาร์เซโลนา เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยสายการบิน Cathay Pacific Airways  เที่ยวบินที่ CX321

** ใช้เวลาบินประมาณ 13 ชั่วโมง 40 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

06.55 น.           เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติบาร์เซโลนา เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ** เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง **

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาร์เซโลนา (Barcelona) เมืองหลักของแคว้นกาตาลุญญา และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองทั้งในด้านขนาดและประชากรของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของคาบสมุทรไอบีเรีย เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นอาณานิคมของโรมันมาก่อน เคยถูกยึดครองโดยชาติต่างๆหลายครั้ง รวมทั้งประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1640 เมืองบาร์เซโลนาเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวยามราตรีที่รื่นเริงสนุกสนาน มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สำคัญมากมาย เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 22 และเมื่อปี ค.ศ. 1888 เคยเป็นที่จัดงานแสดงสินค้าโลก (World′s Fair) 

นำท่าน ผ่านชม ประตูชัยเก่าแก่ ประจำเมืองบาร์เซโลนา (Arc De Triomf of Barcelona) สร้างจากอิฐสีแดง มีความละเอียดสวยงามและวิจิตรกว่าประตูชัยใดในทวีปยุโรป ด้วยดีไซน์แบบ Neo-Mudejar สไตล์ สร้างขึ้นในโอกาส Barcelona World Fair ในปี ค.ศ. 1888 บริเวณเดียว ผ่านชม สวนสาธารณะซิวทาเดลลา (Ciutadella Park) เป็นสวนสาธารณะของชาวเมืองที่สวยงามร่มรื่น มีอนุสาวรีย์น้ำพุขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ภายใน

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ สนามฟุตบอลคัมป์ นู (Camp Nou Stadium) เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ยอดทีมแห่งศึก ลา ลีก้า ที่มีแฟนบอลอยู่ทั่วทุกมุมโลก เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1954 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1957 มีความจุทั้งสิ้น 98,772 คน สนามแห่งนี้ เคยรองรับแฟนบอลในระหว่างเกมส์ฟุตบอลโลกถึง 115,000 คน ซึ่งที่นั่งชั้นสุดท้ายมีความสูงถึง 157 ฟุต ปี 1994 สนามฟุตบอลคัมป์ นู กลายเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกภายในร้านเมกะสโตร์

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารซากราดาฟามีเลีย (La Sagrada Familia) เป็นสถาปัตยกรรมประจำเมืองบาร์เซโลนาในประเทศสเปนที่ออกแบบโดย อันตอนี เกาดี (Antoni Gaudi) สถาปนิกชาวกาตาลา เป็นผลงานที่เรียกว่า โมเดิร์นนิสโม เป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นลักษณะอาร์ตนูโวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลงานชิ้นนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 มีกำหนดก่อสร้างหอคอยทั้งหมด 18 หอคอย นับตั้งแต่ปีเริ่มสร้างจนถึงปัจจุบันสร้างเสร็จไปแล้วเพียงแค่ 8 หอคอย งานคืบหน้าไปประมาณร้อยละ 50 เกาดี สถาปนิกผู้ออกแบบถูกรถรางทับเสียชีวิตเมื่อปี ค.ศ. 1926 โดยศพของเขาได้ถูกฝังไว้ใต้มหาวิหารซากราดาฟามีเลียแห่งนี้ด้วย แม้เกาดี จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ผู้ร่วมงานของเขายังคงสานต่อโครงการโดยอาศัยรูปถ่าย ภาพร่าง และแบบจำลองที่เกาดี ได้ทำไว้ แต่แล้วในปี ค.ศ. 1936 โครงการก็ต้องหยุดชะงักเพราะสงครามกลางเมือง ห้องใต้ดินและแบบจำลองอย่างละเอียดก็ถูกเผาทำลาย แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามทีมงานก็กลับมาทำงานกันต่อ โดยอาศัยภาพร่าง ภาพถ่ายและแบบจำลองอ้างอิงจากส่วนอื่นๆ ที่รอดพ้นจากการถูกทำลาย ภายหลังได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ออกแบบ แต่ถึงจะใช้เทคโนโลยีมากมายมาช่วย กว่าโครงการนี้จะเสร็จก็อีกยาวไกลถึงปี ค.ศ. 2026 ในอนาคต ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1984

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ คาซ่า บัตโล่ (Casa Batllo) สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1877 จากนั้นเจ้าของบ้านจึงได้ให้ อันตอนี เกาดี (Antoni Gaudi) เข้ามาปรับปรุงและออกแบบตัวบ้านให้ใหม่ จนกลายเป็นบ้านรูปร่างดังที่เห็นในปัจจุบันนี่ ซึ่งหากมองจากภายนอกของตัวบ้าน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือส่วนของหลังคาบ้าน ที่ออกแบบให้ดูคล้ายกับหลังของมังกร แถมยังตกแต่งด้วยกระเบื้องสี เหมือนเกล็ดของมังกรจริงๆ มีรูปทรงแหลมอยู่ข้างหลังของมังกร เชื่อกันว่านั่นคือดาบของเซนต์จอร์จ นักบุญผู้พิทักษ์ของเมืองบาร์เซโลนา ทั้งการวาดลวดลายและรูปแบบของระเบียงมีลักษณะเป็นกระดูกเรียงต่อกันคล้ายกับปราสาทในเทพนิยาย

                        นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ คาซ่า มิลล่า (Casa Mila) เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะด้วยเอกลักษณ์ที่เด่นสะดุดตาของตัวอาคารที่ถูกสร้างในสไตล์อาร์ตนูโว ที่ดูคล้ายคลื่นในทะเลและภูเขา มีระเบียงรูปร่างแปลกตาคล้ายรังนก จะเป็นผลงานของใครไปไม่ได้เลย นอกจาก อันตอนี เกาดี (Antoni Gaudi) ภายในอาคารมีทั้งหมด 9 ชั้น โดยแบ่งเป็น ชั้นใต้ดินที่เป็นโรงจอดรถแห่งแรกของเมืองบาร์เซโลนา ชั้นล่างไว้สำหรับทำการค้า จากนั้นก็เป็นส่วนออฟฟิศในชั้นลอย ที่พักของเจ้าของตึกอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ส่วนชั้นที่ 2-5 เจ้าของตึกได้ทำเป็นห้องเช่า ชั้นถัดไปเป็นห้องใต้หลังคาจัดนิทรรศการแสดงประวัติ ผลงานและแรงบันดาลใจของเกาดี ชั้นดาดฟ้าเต็มไปด้วยประติมากรรมหินทรายแกะสลักเป็นรูปทรงประหลาดมากมาย

                        นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ โบสต์ประจำเมืองบาร์เซโลนา (Cathedral of Barcelona) โบสถ์สไตล์กอธิค ที่มียอดสูงแหลมเด่นชี้ขึ้นฟ้า ที่ด้านหน้าโบสถ์นั้นคือพลาซ่าที่เป็นที่ตั้งของตลาดในช่วงเทศกาล และเป็นที่นั่งพักของผู้คนที่สัญจรไปมา

                        นำท่านเดินทางสู่ ถนนลา ลารัมบลาส (La Rambls) ถือเป็นถนนชื่อดังของเมืองบาร์เซโลนา ถนนช้อปปิ้งสายใหญ่ ที่นอกจากจะสะอาดสะอ้านและมีต้นไม้คอยสร้างความร่มรื่นให้ตลอดทางแล้ว ถนนแห่งนี้มีความยาวโดยประมาณ 1.2 กิโลเมตร มีสีสันเสน่ห์ที่น่าประทับใจ ทั้งยังมีร้านรวงรองรับสำหรับผู้มาเยือน ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ทำให้มีผู้คนสัญจรไปมา ราวกับว่านี่เป็นถนนที่ไม่เคยหลับใหล อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้ง H&M, Zara, Beneton, Topshop นอกเหนือจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมอันสวยงามล้ำค่าของถนนสายนี้ คือ นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ โรงละครปาเลา เดอ ลา คาตาลานา (Palau de La Musica Catalana) ผลงานจากสถาปนิกสมัยใหม่ Lluis Domenech i Montaner เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตฮอลล์ชั้นนำของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1997 สำหรับคุณค่าด้านความสวยงามและสถาปัตยกรรมรวมถึงสถานะของสถานที่นี้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ความพิศวงทางศิลปะนี้อุทิศให้กับวงการดนตรี ปัจจุบันเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมกิจกรรมทางสังคม ธุรกิจและที่พลาดไม่ได้เลย คือ รูปปั้นคนดัง (Human Statues) มากมายที่ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ เช่น นักดาราศาสตร์ชื่อดังอย่าง รูปปั้นกาลิเลโอ (Galileo Statues) บริเวณปลายของถนนยังเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus Monument) เป็นอนุสาวรีย์บนเสาสูง 60 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การเดินทางครั้งแรกของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ครั้งที่เดินทางไปพบประเทศสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นสิ่งเตือนว่าคริสโตเฟอร์โคลัมบัสรายงานต่อสมเด็จพระราชินี Isabella I และ King Ferdinand V ที่เมืองบาร์เซโลน่าหลังจากเดินทางไปทวีปอเมริกาเป็นครั้งแรก

** อิสระอาหารกลางวัน และ ค่ำ เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว โดยมีหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำ **

                         นำคณะเข้าสู่ที่พัก Hotel Novotel Barcelona Cornella, Barcelona หรือเทียบเท่า

วันที่สาม             เมืองบาร์เซโลนา - หุบเขามอนต์เซอร์รัต - ขึ้นสู่ยอดเขามอนต์เซอร์รัตโดยกระเช้าลอยฟ้า - มหาวิหารซานตามาเรีย เดอ มอนต์เซอร์รัต - พระแม่มารีย์องค์สีดำแห่งมอนต์เซอร์รัต - เมืองซาราโกซา - จัตุรัสเดอร์ฟิวลาร์ - มหาวิหารแม่พระแห่งเสาศักดิ์สิทธิ์ - พระราชวังอัลจาฟีเลีย       (B/L/D)    

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ หุบเขามอนต์เซอร์รัต (Montserrat Mountain) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองบาร์เซโลนา เป็นเมืองหลวงของแคว้นคาตาโลเนีย ของประเทศสเปน มีความพิเศษคือลักษณะของภูเขาที่มีรูปร่างหยักและสูงใหญ่ คำว่า “มอนต์เซอร์รัต” หรือภูเขาที่มีความหมายว่า “ฟันปลา” ในภาษาสเปน ความสวยงามแปลกตานี้คงเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลกันมาท่องเที่ยวที่นี่

นำท่านเดินทาง ขึ้นสู่ยอดเขามอนต์เซอร์รัตโดยกระเช้าลอยฟ้า (Up Montserrat Mountain by Cable Car) เป็นที่ตั้งของ และ เพื่อ เข้าชม มหาวิหารซานตามาเรีย เดอ มอนต์เซอร์รัต (Santa Maria de Montserrat) อีกหนึ่งมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,236 เมตร ภายในมหาวิหารยังเป็นที่ประดิษฐานของ พระแม่มารีย์องค์สีดำแห่งมอนต์เซอร์รัต (Black Madonna หรือ Black Virgin) นักบุญอุปถัมภ์ของแคว้นคาตาโลเนีย และยังมีความเชื่อว่า ในบริเวณมหาวิหารหรือในหุบเขาแห่งนี้ อาจเป็นที่ซ่อนของจอกศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานความเชื่อในศาสนาคริสต์อีกด้วย ภายในมหาวิหารตกแต่งประดับประดาด้วยศิลปะแบบวิจิตรสวยงามอลังการ ในอดีตชาวโรมันโบราณนิยมเดินทางขึ้นภูเขามอนต์เซอร์รัตแห่งนี้เพื่อไปนมัสการเทพวีนัส ก่อนศาสนาคริสต์จะเข้ามาในช่วงศตวรรษที่ 9 นำมาซึ่งการสร้างโบสถ์ซานตามาเรีย เดอ มอนต์เซอร์รัต ในปี ค.ศ. 1025 และสร้างรูปปั้นพระแม่มารีองค์สีดำ สาเหตุที่พระแม่มารีมีรูปพรรณเป็นสีดำเข้มนี้ยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่ชัด บ้างก็ว่าเป็นเพราะการเลือกใช้ชนิดของไม้ในการแกะสลักที่เมื่อกาลเวลาผ่านไปจึงเกิดสีที่เข้มดำ หรือเป็นเพราะคอนเซปต์ของช่างยุคนั้นที่จงใจเลือกสีของธรณีอันอุดมสมบูรณ์ ** การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และ สภาพภูมิอากาศเป็นสำคัญ กรณีคณะไม่สามารถขึ้นชม ยอดเขาได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่าย ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งให้กับท่านได้ทุกกรณี เนื่องจากเป็นการชำระล่วงหน้ากับผู้แทนเรียบร้อยแล้วทั้งหมด ทั้งนี้ทางบริษัทจะคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้า เป็นสำคัญ **

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาราโกซา (Zaragoza) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที) เป็นเมืองที่มีอายุก่อนคริสตกาล โดยแต่เดิมนั้นบริเวณที่ตั้งของเมืองแห่งนี้เป็นเพียงหมู่บ้านของชาวเคลติเบเรียน ก่อนที่กองทัพคาร์เทจ จะเข้ามาตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่บนบริเวณเดิมที่มีชื่อว่าซัลดูเบา และอยู่ยาวนานมาจนถึงในช่วงปลาย ของคริสต์ศตวรรษ 1 ซึ่งตรงกับยุคของ จักรพรรดิออกุสตุส พระองค์ได้ส่งกองทัพโรมันเข้ามาแผ่อิทธิพลยังดินแดนคาบสมุทรไอบีเรีย รวมทั้งที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็ถูกกองทัพโรมันเข้ายึดครอง และกลายมาเป็นที่ตั้งของกองทหารโรมันที่รักษาด่าน ก่อนที่จะมีการพัฒนาขึ้นมาเป็นเมืองที่มีชื่อ ไกซาเรากุสตา โดยในยุคนั้นเมืองแห่งนี้มีฐานะเป็นถึงเมืองหลวงของจังหวัดฮิสปาเนียซีเตรีออร์ ในการปกครองของอาณาจักรโรมัน และอยู่ยืนนานมาจนเข้าสู่ วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 ชาวอาหรับที่เข้ารุกรานและสามารถครอบครองเมืองแห่งนี้ได้สำเร็จ ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเมืองมาเป็น ซารากุสตา และภายหลังก็ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ อาณาจักรกาหลิบแห่งกอร์โดบาของราชวงศ์อุไมยัด โดยตัวเมืองนั้นได้มีการพัฒนาและผสมผสานงานทางด้านสถาปัตยกรรมจนโดดเด่นและมีความทันสมัยมากที่สุดในภาคเหนือของคาบสมุทรไอบีเรีย ก่อนที่ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 เมืองแห่งนี้จะเผชิญกับความวุ่นวายของการแย่งอำนาจกันเองในหมู่อาณาจักรชาวมุสลิมที่แตกตัวออกมาจากการล่มสลายของอาณาจักรกอร์โดบา จนในที่สุดแล้วคริสต์ศตวรรษที่ 12 ชาวอารากอน ที่เป็นกลุ่มคนที่นับถือคริสต์ศาสนาได้เข้ามายึดครองเมืองแห่งนี้ได้สำเร็จจากพวกอัลโมราวิด ก่อนที่จะตั้งให้เมืองแห่งนี้เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรอารากอน ก่อนที่อาณาจักรแห่งนี้จะมีส่วนในการรวบรวมแผ่นดินในคาบสมุทรไอบีเรียจนกลายมาเป็นประเทศสเปนในเวลาต่อมา ทำให้เมืองซาราโกซา มีความสำคัญในเชิงจิตวิญญาณของการเป็นสเปนอย่างแท้จริง แม้จะไม่ได้เป็นเมืองหลวงของประเทศสเปนในยุคหลังที่รวบรวมเป็นบึกแผ่นแล้ว แต่เมืองแห่งนี้ก็ยังคงความสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้

นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเดอร์ฟิวลาร์ (Plaza del Pilar) สถานที่สำหรับการเดินเท้าชมเมือง เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่มีความเก่าแก่มาตั้งแต่สร้างเมือง เป็นศูนย์กลางของเมืองซาราโกซา อีกทั้งจัตุรัสแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป เป็นที่ตั้งของโบสถ์ วิหาร และอาคารสำคัญเก่าแก่ แวดล้อมด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก สวยงามและโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีอนุสาวรีย์ที่สำคัญๆ ตั้งอยู่หลายจุดด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ที่สร้างความเจริญให้กับเมืองแห่งนี้

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารแม่พระแห่งเสาศักดิ์สิทธิ์ (Basilica of our Lady of the Pillar) หรือที่รู้จักในนาม ซานตามาเรีย เดอร์ฟิวลาร์ สถานที่ที่นับว่าเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าของประเทศสเปน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1681-1872 ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 191 ปี มีเรื่องราวจากสมัยอดีตกาลตามตำนานสมัยแรกเริ่มของคริสต์ศาสนากล่าวไว้ว่า นักบุญยาค็อบอัครสาวกได้มาเผยแพร่ธรรมที่เมืองซาราโกซา ท่านกำลังท้อแท้มากเพราะมีคนกลับใจน้อยมาก งานเผยแพร่ธรรมของท่านไม่ได้เกิดผลมากมายนัก วันหนึ่งท่านเห็นพระนางมารีมาปรากฏเพื่อชักชวนท่านไปยังเมืองเยรูซาเล็ม ในนิมิตนั้นพระนางปรากฎอยู่บนเสาที่ถูกแบกมาโดยหมู่เทพนิกร และเชื่อกันว่าเป็นเสาศักดิ์สิทธิ์ต้นเดียวกับที่เป็นที่เคารพนับถือกันในเมืองซาราโกซาในปัจจุบัน

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ พระราชวังอัลจาฟีเลีย (Palacio de la Aljaferia) พระราชวังถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11 เป็นพระราชวังฤดูร้อนสำหรับผู้ปกครองมุสลิมในสมัยอดีต ที่ยังคงความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งส่วนที่มีความเก่าแก่ที่สุดของพระราชวังแห่งนี้ก็คือในส่วนของทาวเวอร์ (Troubadour) หรือหอคอยซึ่งจะมีลักษณะเป็นฐานสี่เหลี่ยมมีการประดับประดาด้วยโมเสกได้อย่างงดงาม

ค่ำ                     บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

                         นำคณะเข้าสู่ที่พัก Hotel Goya, Zaragoza หรือเทียบเท่า

วันที่สี่                เมืองซาราโกซา - เมืองเซโกเวีย - สะพานส่งน้ำโรมันโบราณแห่งเมืองเซโกเวีย - มหาวิหารแห่งเมืองเซโกเวีย - เมืองมาดริด - สนามฟุตบอลซานเตียโก เบร์นาเบว - ประตูชัยเก่าแก่ ประจำเมืองมาดริด - น้ำพุเทพีแห่งชัยชนะ - ที่ทำการไปรษณีย์ - พระราชวังหลวงแห่งเมืองมาดริด - อนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส - อนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ -  วิหารหลวงประจำเมืองมาดริด          (B/L/D)

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซโกเวีย (Segovia) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 10 นาที) แคว้นคาสตีล และเลออน ของประเทศสเปน เป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจไม่แพ้เมืองอื่นๆ โดยเมืองเซโกเวีย นั้นเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญมากมาย ได้แก่ มหาวิหาร สะพานส่งน้ำโรมันโบราณ ปราสาท และโบสถ์หลายแห่งที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ เช่น ซานเอสเตบัน ซานมาร์ติน และซานมียาน รวมไปถึงเขตเมืองเก่าล้อมรอบด้วยกำแพงที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 (บนฐานที่มั่นของโรมัน) และได้รับการบูรณะในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ สะพานส่งน้ำโรมันโบราณแห่งเมืองเซโกเวีย (Roman Aqueduct of Segovia) เป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้มากที่สุด โดยสะพานส่งน้ำแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 2 โดยชาวโรมันขณะที่กำลังขยายอำนาจในคาบสมุทรไอบีเรียเพื่อนำน้ำจาก แม่น้ำฟรีโอ (Rio Frio) ซึ่งห่างออกไปประมาณ 18 กิโลเมตรเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งต้องยกระดับตัวสะพานขึ้นในช่วง 1 กิโลเมตรสุดท้ายจากภูเขากวาดาร์รามาถึงกำแพงเมืองเก่า ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารแห่งเมืองเซโกเวีย (Catedral de Segovia) มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์อันวิจิตรงดงามแห่งประเทศสเปน เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกสไตล์โกธิคที่ตั้งอยู่ในจัตุรัสกลางเมือง (Plaza Mayor) ของเมืองเซโกเวีย (Segovia) โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่มารีย์ ถูกสร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1525-1577 ในสไตล์โกธิคตอนปลาย ซึ่งล้าสมัยจากที่อื่นๆในทวีปยุโรป วิหารหลังเก่าตั้งอยู่ใกล้กับ ปราสาทอัลคาซ่า (Alcazar Castel of Segovia) ที่เคยถูกกองกำลังใช้ในการป้องกันการล้อมโจมตี ฝ่ายกบฏมีเจตนาจะให้โบสถ์ในการปกป้องพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาและใช้เป็นกำแพงต่อกองทัพในปราสาทอัลคาซ่า (Alcazar Castel of Segovia) ท่ามกลางสงคราม ได้มีการเจรจาแลกเปลี่ยนเพื่อหาข้อยุติ แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้โบสถ์ตั้งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังจากสงคราม เนื่องจากมีความกลัวว่าโบสถ์จะถูกการโจมตีอีกครั้ง จึงได้ทำการย้ายโบสถ์แห่งนี้ไปยังที่ตั้งในปัจจุบัน โดยได้รับการออกแบบจาก Juan Gil de Hontano และดูแลงานสานต่อด้วยลูกของเขา Rodrigo Gil de Hontanon โครงสร้างของอาคาร มีห้องสูงสามชั้นและทางเดิน มีหน้าต่างลวดลายและหน้าต่างกระจกสีจำนวนมาก ภายในเป็นลักษณะสไตล์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของสไตล์โกธิคตอนปลาย ยกเว้นโดมสร้างขึ้นเมื่อราวๆปี ค.ศ. 1630 โดย Pedro de Brizuela มีหอระฆังที่สูงถึงเกือบ 90 เมตร เดิมสร้างจากไม้มะฮอกกานีอเมริกัน มีโครงสร้างเป็นหลี่ยมมียอดแหลมปลายคล้ายพีระมิด และเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในประเทศสเปน

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาดริด (Madrid) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นเมืองอันทันสมัย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวย และอยู่ในทำเลที่ตั้งที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นเมืองที่ครั้งหนึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับ จากเมืองโทเลโดมาประทับที่นี่ และประกาศให้เมืองมาดริด เป็นเมืองหลวงใหม่จนถึงปัจจุบัน

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ สนามฟุตบอลซานเตียโก เบร์นาเบว (Estadio Santiago Bernabeu) เป็นสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในเมืองมาดริด ประเทศสเปน เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด เริ่มเปิดใช้สนามเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1944 เดิมมีชื่อว่า สนามกีฬาชามาร์ติน (Estadio Chamartin) ตามชื่อของสนามเดิมของสโมสร เปิดใช้สนามอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1947 เรอัลมาดริดได้ประกาศใช้ชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือสนามกีฬาซานเตียโก เบร์นาเบว เมื่อวันที่ 4 มกราคม  ค.ศ. 1955 เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานสโมสรคือ ซานเตียโก เบร์นาเบว เยสเต (Santiago Bernabeu Yeste)

สนามแห่งนี้สามารถจุผู้ชมได้มากที่สุดถึง 120,000 คนหลังจากที่มีการต่อขยายในปี ค.ศ. 1953 หลังจากนั้นก็มีการลดจำนวนความจุลงเนื่องจากต้องการเปลี่ยนแปลงสนามให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยบริเวณตั๋วยืนนั้นได้ยกเลิกไปในฤดูกาล 1998/99 ตามกฎของยูฟ่าที่ไม่ให้มีการยืนชมเกมในขณะที่มีการแข่งขันในรายการของยูฟ่า การเปลี่ยนแปลงสนามครั้งล่าสุดคือการเพิ่มความจุอีก 5,000 ที่นั่งรวมเป็น 80,400 ที่นั่งในปี ค.ศ. 2003 และกำลังมีแผนที่จะเพิ่มเติมหลังคาลงไปอีกด้วย อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกภายในร้านเมกะสโตร์

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ ประตูชัยเก่าแก่ ประจำเมืองมาดริด (Puerta de Alcala of Madrid) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมาดริด เป็นประตูเมืองเก่าของเมืองมาดริดที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุด โดยกษัตริย์คาร์ลอสที่ 3 ทรงมีดำรัสให้สร้างประตูนี้ในต้นทศวรรษที่ 1770 เพื่อทดแทนประตูเดิมที่สร้างในปี ค.ศ. 1559 ให้ยิ่งใหญ่อลังการสวยงามขึ้นกว่าของเดิม โดยสถาปนิกผู้โด่งดัง Francisco Sabatini เป็นผู้ออกแบบประตูนี้ และมีการตกแต่งด้วยรูปสลัก ศิลปะนูนสูง และรูปปั้น

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ น้ำพุเทพีแห่งชัยชนะ (Cibeles Fountain) ที่สร้างอุทิศให้แก่เทพธิดาไซเบลีน ใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆของเมือง อาคารสวยงามใกล้ๆกันคือ ที่ทำการไปรษณีย์ (Post Office) ที่ยังคงเปิดทำการอยู่

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ พระราชวังหลวงแห่งเมืองมาดริด (Royal Palace of Madrid) ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินอ่อนทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน บริเวณด้านหน้าของพระราชวังเป็นอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล ผ่านชม อนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส (Miguel de Cervantes) กวีเอกชาวสเปน ที่ตั้งอยู่เหนือ อนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ (Don Quixote) ในสวนสาธารณะแห่งนี้

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ วิหารหลวงประจำเมืองมาดริด (Almudena Cathedral) จะเป็นโบสถ์สำคัญของเมืองมาดริด ถือเป็นโบสถ์หลวงของราชวงศ์ มกุฎราชกุมารก็ใช้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกที่นี่ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพระราชวังหลวง

ค่ำ                     บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำคณะเข้าสู่ที่พัก NH Madrid Barajas Airport, Madrid หรือเทียบเท่า 

วันที่ห้า               เมืองมาดริด - เมืองโทเลโด - มหาวิหารแห่งเมืองโทเลโด - ปราสาทแห่งเมืองโทเลโด - เมืองมาดริด - ย่านพลาซ่า เดอ เอสปาน่า - ย่านพลาซ่า มาร์ยอร์ - ย่านปูเอต้าเดลซอล - อนุสาวรีย์หมีกับต้นสตรอเบอรี่ - ถนนกรานด์ เวีย        (B/-/-)

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทเลโด (Toledo) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที) ซึ่งมีความหมายว่า เมืองป้อมน้อย เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน มีทัศนียภาพที่สวยงาม มีแม่น้ำเทกัส (Tagus River) ไหลผ่านเมือง มีมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมากมายในฐานะหนึ่งในเมืองหลวงเก่าของประเทศสเปน บุคคลและศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายคนต่างเกิดและเคยพำนักอยู่ในเมืองนี้ เช่น การ์ซีลาโซ เด ลา เบกา, พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 และเอลเกรโก เมืองโบราณแห่งนี้เคยถูกชาวโรมันเข้ายึดครองเมือง 2,200 ปีมาแล้ว ในเวลาต่อมาได้ถูกเปลี่ยนมือเข้าปกครองโดยชาวยุโรปและชาวอาหรับเผ่าต่างๆ อาทิ ชน ชาติมัวร์ จนถึงปี ค.ศ. 1085 จึงได้ตกมาอยู่ภายใต้ความครอบครองของกษัตริย์อัลฟองโซที่ 6 ซึ่งได้ทรงสถาปนาให้เป็นนครหลวงแห่งจักรวรรดิของพระองค์ตลอดมา จนกระทั่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ทรงย้ายราชสำนักไปประทับอยู่ในเมืองมาดริด ปัจจุบันอารยธรรมของชนต่างชาติครั้งก่อนยังฝังแน่นคละกันอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวเมือง ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1986

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ มหาวิหารแห่งเมืองโทเลโด (Santa Iglesia Catedral Primada de Toledo) เป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสเปน รองจากมหาวิหารแห่งเมืองเซบีญ่า สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และ นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ ปราสาทแห่งเมืองโทเลโด (Alcazar Castle de Toledo) หรือ ปราสาทอัลคาซาร์แห่งเมืองโทเลโด ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมและมียอดที่มุมทั้ง 4 มุม ปราสาทแห่งนี้ก่อสร้างด้วยศิลปะเรอเนสซองซ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 และเป็นที่ประทับของจักรพรรดิการ์โลสที่ 1 (Carlos I) หรือชาร์ลส์ที่ 5 (Charles) สถานที่แห่งนี้ในปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ทางการทหารและเป็นห้องสมุดของแคว้นกัสตียาลามันชา ที่บริเวณจุดชมวิวของเมือง

นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาดริด (Madrid) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที)

นำท่านเดินทางสู่ ย่านพลาซ่า เดอ เอสปาน่า (Plaza De Espana) เป็นจัตุรัสที่สำคัญของเมือง มีลักษณะเป็นกลุ่มอาคารครึ่งวงกลม สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบสเปน ยิ่งใหญ่ มีน้ำพุตั้งอยู่ตรงกลาง มีตราประจำจังหวัดไล่เรียงตามตัวอักษร เป็นที่ที่เอาไว้พบปะ ทำกิจกรรม นั่งพักผ่อน จัดแสดงงานกลางแจ้งต่างๆที่สำคัญของชาวเมือง

นำท่านเดินทางสู่ ย่านพลาซ่า มาร์ยอร์ (Plaza Mayor) ใกล้เขต ย่านปูเอต้าเดลซอล (Puerta Del Sol) หรือ ประตูพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมือง นับเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของประเทศสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมือง เป็นที่ตั้งของร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่มากมาย บริเวณเดียวกันเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์หมีกับต้นสตรอเบอรี่ (Statue of the Bear and Strawberry Tree) สัญลักษณ์สำคัญของเมืองมาดริดอีกด้วย

นำท่านเดินทางสู่ ถนนกรานด์ เวีย (Gran Via Road) ชื่อนี้เป็นภาษาสเปนหากแปลตรงตัวจะแปลได้ว่า “ทางที่ยอดเยี่ยม” หรือจะแปลได้อีกความหมายหนึ่งว่า “ถนนบรอดเวย์” ถนนเส้นนี้เป็นแหล่งชุมนุมของร้านค้าในเวลากลางวัน และเป็นที่รวมตัวอย่างหนาแน่นของบาร์ในยามค่ำคืน มีการให้ฉายาว่า “ถนนที่ไม่เคยหลับใหล” เพราะบาร์คลับต่างๆ จะพากันเปิดยาวไปจนถึงหกหรือเจ็ดโมงเช้าเลยทีเดียว สำหรับท่านที่ไม่นิยมการช้อปปิ้งหรือบาร์ ก็ยังสามารถเดินเล่นไปตามถนนชมงานอาคารซึ่งสร้างไว้อย่างงดงามอลังการ ซึ่งดูจะขัดแย้งในความตั้งใจแต่เดิมในการออกแบบวางผังถนนเส้นนี้ให้เป็นไปแบบเรียบง่าย แต่กลับออกมายิ่งใหญ่และสวยงาม

** อิสระอาหารกลางวัน และ ค่ำ เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว โดยมีหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำ **

                       นำคณะเข้าสู่ที่พัก NH Madrid Barajas Airport, Madrid หรือเทียบเท่า

วันที่หก              เมืองมาดริด - ท่าอากาศยานนานาชาติมาดริด บาราคัส เมืองมาดริด ประเทศสเปน - ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คแล็บก็อก เมืองฮ่องกง ประเทศฮ่องกง       (B/-/-)

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติมาดริด บาราคัส เมืองมาดริด ประเทศสเปน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษี หรือ ร้านอาหาร

11.30 น.           นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คแล็บก็อก เมืองฮ่องกง ประเทศฮ่องกง โดยสายการบิน Cathay Pacific Airways  เที่ยวบินที่ CX320

** ใช้เวลาบินประมาณ 12 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

 

วันที่เจ็ด              ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คแล็บก็อก เมืองฮ่องกง ประเทศฮ่องกง - ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย                      (-/-/-)

07.05 น.           เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คแล็บก็อก เมืองฮ่องกง ประเทศฮ่องกง

09.10 น.           นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน Cathay Pacific เที่ยวบินที่ CX619

** ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

11.15 น.           เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ