Top

ทัวร์ตุรกี TURKEY

ชื่อทัวร์ : ทัวร์ตุรกี TURKEY
สายการบิน : Turkey Airlines
ระยะเวลา : 8 วัน 5 คืน
ราคาเริ่มต้น : 30,900 บาท
วันที่เดินทาง

03-10 ก.ค. 62/10-17 ก.ค. 62
07-14 ส.ค. 62/14-21 ส.ค. 62
04-11 ก.ย. 62/11-18 ก.ย. 62/18-25 ก.ย. 62
25-02 ต.ค. 62/02-09 ต.ค. 62/23-30 ต.ค. 62
30-06 พ.ย. 62/06-13 พ.ย. 62
13-20 พ.ย. 62/20-27 พ.ย. 62
27-04 ธ.ค. 62/11-18 ธ.ค. 62/18-25 ธ.ค. 62

รายละเอียดทัวร์

ทัวร์ตุรกี เที่ยวตุรกี ตุรกีราคาถูก ไปตุรกี

โปรแกรมทัวร์ตุรกี เที่ยวตุรกี

รวมเดินทางสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งดินแดน 2 ทวีป เต็มอิ่มกับประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และยาวนานของอาณาจักรออตโตมัน ชื่นชมความงามของธรรมชาติในรูปแบบ Bird eye view ณ เมืองคัปปาโดเกีย

ไฮไลท์

  • นั่งเรือข้ามช่องแคบดาร์คะเนลส์ ชมเมืองโบราณ ทรอย แวะถ่ายรูปกับม้าโทรจัน
  • ชมเมืองโบราณเอฟฟิซุส บ้านพระแม่มารี
  • ชมปามุคคาเล่ เมืองคัปปาโดเกีย สถานีคาราวาน
  • ชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม นครใต้ดินไคมัคลึ
  • ทะเลสาบน้ำเค็ม Lake Tuz Tuz Golu พระราชวังทอปกาปิ
  • ชมสัญลักษณ์ของเมืองนครอิสตันบูล “บลูมอสก์”
  • ชมอุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน ฮายาโซฟีอา และจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด
  • ชมการแสดงพื้นเมือง “โชว์ระบำหน้าท้อง” Belly Dance
  • พักโรงแรมตกแต่งสไตล์ถ้ำ 1 คืน

 

วันแรก                 สนามบินสุวรรณภูมิ บินตรงสู่ประเทศตุรกี (กรุงอิสตันบูล)

18.30 น.                พร้อมกันที่ สนามบินสุววรณภูมิ เคาท์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เคาท์เตอร์ U ประตู 9

Turkish Airlines (TK)โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

21.45 น.                ออกเดินทาง (บินตรง)สู่ประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK65

**พีเรียดตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.62 เป็นต้นไป ทางสายการบินมีการเปลี่ยนแปลงเวลาบิน ขาไป ดังนี้**

19.30 น.                พร้อมกันที่สนามบินสุววรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เคาน์เตอร์ U ประตู 9

Turkish Airlines (TK) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

22.50 น.                ออกเดินทาง (บินตรง)สู่ประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK65

วันที่สอง               สนามบินอิสตันบูล ชานัคคาเล่ นั่งเรือข้ามช่องแคบดาร์ดะเนลส์ ถ่ายรูปกับม้าไม้ฮอลิวู้ด  ชมเมืองโบราณทรอย            (เช้า/กลางวัน/เย็น)

05.45 น.                เดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี

พบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ (เวลาท้องถิ่นที่ตุรกีช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)

                            เมืองอิสตันบูลเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสtตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอานาโตเลีย)

เช้า                        บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่               เมืองชานักกาเล(Canakkale)***ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง***เป็นเมืองที่ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของตุรกี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร ระหว่างทางให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศนั่งเรือเฟอร์รี่ข้าม ช่องแคบดาร์ดะเนลส์ ตั้งอยู่ทาง

ตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศตุรกี กั้นระหว่างคาบสมุทรกัลลิโพลีของตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปยุโรปกับตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปเอเชีย เชื่อมทะเลมาร์มะรากับทะเลอีเจียน 

เที่ยง                     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ระหว่างทาง            แวะถ่ายรูป กับม้าโทรจัน หรือ ม้าไม้เมืองทรอย (Trojan horse)เป็นม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ จากมหากาพย์อีเลียดเรื่องสงครามเมืองทรอย ม้าไม้นี้เกิดขึ้นจากอุบายของโอดิสเซียส ในการบุกเข้าเมืองทรอย ที่มีป้อมปราการแข็งแรง หลังจากที่รบยืดเยื้อมานานถึง 10 ปีแล้ว ด้วยการให้ทหารสร้างม้าไม้นี้ขึ้นมา แล้วลากไปวางไว้หน้ากำแพงเมืองทรอย แล้วให้ทหารกรีกแสร้งทำเป็นล่าถอยออกไป เมื่อชาวทรอยเห็นแล้วเข้าใจว่าเป็นบรรณาการที่ทางฝ่ายกรีกสร้างขึ้นมาเพื่อบูชาเทพเจ้าและล่าถอยไปแล้ว จึงลากเข้าไปไว้ในเมืองและฉลองชัยชนะ เมื่อตกดึก ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ ก็ไต่ลงมาเผาเมืองและปล้นเมืองทรอยได้เป็นที่สำเร็จ

จากนั้น                        ชม เมืองโบราณ ทรอย(Troy)ตามตำนานกรีกโบราณในมหากาพย์เรื่อง ‘อิเลียต’ (Iliad) ของกวีนามว่า ‘โฮเมอร์’ (Homer) ได้มีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘กรุงทรอย’ (Troy) เอาไว้ว่า ‘กรุงทรอย มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดของช่องแคบเฮลเลสพอนด์ (Hellenpond) ทำให้นครแห่งนี้สามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อทั้งทางบกและทางน้ำระหว่างทวีปเอเชียและทวีปยุโรปได้’ ตามบันทึกที่ว่านี้นั้นแรกเริ่มเดิมทีเหล่านักปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างก็เชื่อว่ากรุงทรอยเป็นแค่เมืองในตำนาน หาได้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ไม่ หากแต่เมื่อราว 140 ปีที่แล้ว มีผู้ค้นพบซากของเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่านี่คือซากของ ‘กรุงทรอย’

                            เดินทางสู่เมืองไอวาลิค***ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง***

เย็น                       รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก                      HALIC PARK HOTELหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาวตามมาตรฐานระดับดาวตุรกี ที่เมืองไอวาลิค

วันที่สาม              เมืองอิสเมียร์โรงงานผลิตเสื้อหนัง เมืองโบราณเอฟฟิซุส  • บ้านพระแม่มารี • คุชาดาสึ

 (เช้า/กลางวัน/เย็น)

เช้า                        บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

จากนั้น                  เดินทางสู่ เมืองอิสเมียร์เป็นมหานครในปลายสุดทางตะวันตกของอานาโตเลีย และเป็นเมืองอันดับที่สามมีประชากรมากที่สุด ในประเทศตุรกีเป็นรองแค่อิสตันบูล กับอังการา และเป็นเมืองในทะเลอีเจียนที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดรองจากเอเธนส์(ใช้เวลาดินทางประมาณ 4ชั่วโมง)

เที่ยง                     äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร             นำท่านชมโรงงานผลิตเสื้อหนัง ที่มีคุณภาพและชื่อเสียงของตุรกี เสื้อแจ็กเก็ตและหนัง มีคุณภาพดี แบบทันสมัย มีน้ำหนักเบา ฟอกหนังดี นุ่มบางเบา สวมใส่สบายขึ้น ราคาถูกกว่าในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาครึ่งต่อครึ่ง เพราะตุรกีเป็นผู้ผลิตและส่งออกไปขายทั่วโลก

จากนั้น                  ชมเมืองโบราณเอฟฟิซุส  (Ephesus)  เมืองโบราณที่ได้มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีแห่งหนึ่งของโลก เมืองเอฟฟิซุสเป็นเมืองในยุคโบราณที่ยิ่งใหญ่ สวยงามสมกับการเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเมืองโบราณเอฟฟิซุส รุ่งเรืองในยุคสมัยกรีก และโรมัน มีอายุกว่า 2,500 ปี เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไอโอเนียน (Ionian) ที่อพยพมาจากกรีก ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นมาในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาลแผนผังเมืองเอฟฟิซุสนั้นได้ชื่อว่าเป็นเลิศทางด้านยุทธศาตร์ทหาร และการค้า โดยตัวเมืองตั้งอยู่ติดกับทะเลอีเจี้ยน เรือสินค้าสามารถเทียบท่าได้ใกล้ประตูเมืองมาก และตัวเมืองเอฟฟิซุสนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ขนาบด้วยภูเขาสูงสองด้าน คือภูเขาคอเรสซัส (Mount Coressus) กับ ภูเขาไพออน (Mount Pion) จึงทำให้ข้าศึกบุกโจมตีได้ยากมาก                           

นำท่านชมบ้านพระแม่มารี (House of Vergin Mary)เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้ง

จากนั้น                  นำท่านเดินสู่ ปามมุคคาเล(Pamukkale)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

เย็น                       äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก                      NINOVA THERMAL HOTELหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาวที่เมือง PAMUKKALE มาตรฐานระดับดาวตุรกี

วันที่สี่                   คุชาดาสึ ปามมุคคาเล ปราสาทปุยฝ้าย คอนย่า             (เช้า/กลางวัน/เย็น)

เช้า                       บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

จากนั้น                  ทำท่านเดินสู่ ปามมุคคาเล(Pamukkale)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง. ปามุคคาเล แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ในภาษาตุรกี ตั้งอยู่ในเมืองปามุคคาเล จังหวัดเดนิซลิ (Denizli) ประเทศตุรกี มีลักษณะเป็นระเบียงน้ำพุเกลือร้อน ซึ่งเกิดขึ้นจากการเกิดแผ่นดินไหวของโลกในอดีต มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง

160 เมตร ความงดงามสุดวิจิตรของสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากบ่อน้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูน ซึ่งเมื่อน้ำพุร้อนระเหยขึ้นมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ไอน้ำก็จะค่อย ๆ ก่อให้เกิดชั้นของแคลเซียมเกาะบริเวณขอบบ่อจนเกิดเป็นผนังสีขาวขึ้นนั่นเองด้วยความเชื่อว่า ปามุคคาเล เป็นเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาบำบัดการอาการต่าง ๆ ทำให้ในอดีตชนเผ่ากรีก-โรมันได้เข้ามาสร้างเมืองอยู่บนบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ และขนานนามเมืองนั้นว่า ฮีเอราโพลิส อันหมายถึงเมืองศักดิ์สิทธิ์ และปามุคคาเล ก็ได้ถูกใช้เป็นสปาบำบัดโรคมานานกว่าพันปี

เที่ยง                      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น                  เดินทางสู่เมืองคอนย่า***ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง***เมืองนี้เป็นเมืองสำคัญทางศาสนาอิสลามเป็นเมืองต้นกำเนิดศาสนาอิสลาม อีกลัทธิหนึ่งเรียกว่าลัทธิ Mevlevi หรือ ลัทธิลมหวน การปฏิบัติยอมรับนับถือเหมือนอิสลามทุกประการ ผู้ที่ก่อตั้งลัทธิลมหวล คือท่าน MevlanaCelaledin Rumi - เมฟลาน่า เจลาอัดดิน รูมี่ ประมาณ ศตวรรษที่ ๑๑ท่านเป็นปราชญ์ ร่ำลือว่าเป็นผู้วิเศษ กำเนิดในอัฟกานิสถานสุลต่านแห่งอาณาจักร์ เซลจุค เชิญท่านมาในดินแดนแห่งนี้พิธีที่แตกต่างออกไปจากอิสลามทั่วไปคือพิธี Sema Dance เป็นการเต้นรำแบบใส่ชุดเหมือนกระโปรงหมุนเพื่อเข้าถึงพระเจ้า

เย็น                       รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก                      OZKAYMAK HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาวที่เมืองคอนย่ามาตรฐานระดับดาวตุรกี

วันที่ห้า                 คัปปาโดเกีย สถานีคารวาน พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม • นครใต้ดินคาดัค•โรงงานผลิตพรมทอมือ โรงงานเซรามิคและโรงงานจิวเวอรี่ ชมการแสดงระบำหน้าท้อง  (เช้า/กลางวัน/เย็น)

เช้า                        บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

เดินทางสู่               เมืองคัปปาโดเกีย(Cappadocia)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ แปลว่า“ดินแดนม้าพันธุ์ดี”  ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกีเป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว (ปัจจุบันภูเขาไฟทั้ง 2 ดับแล้ว) ทำให้ลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา   จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกันกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย(คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง จนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ที่ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

ระหว่งทาง             แวะชมสถานีคาราวาน(Caravanserai)มักจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอิทธิพลจากเปอร์เชียที่ก่อสร้างเป็นที่พักเล็กข้างทางที่นักเดินทางสามารถใช้สำหรับการพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทางสถานีคาราวานตั้งอยู่ได้จากการคมนาคมทางการค้าการติดต่อสื่อสารและการเดินทางของผู้คนในเครือข่ายของเส้นทางการค้า (traderoutes)ที่ครอบคลุมเอเชีย แอฟริกาเหนือ และ ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ 

เที่ยง                     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น                  ชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum)เป็นสถานที่ที่มีความงดงามและเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี 1984 สร้างโดยชาวคริสต์

 ที่หลบหนีการเข่นฆ่าคนต่างศาสนาของทหารออตโตมัน และสร้างโบสถ์ไว้มากกว่า 30 แห่ง จนกลายเป็นศูนย์กลางสำนักสงฆ์เมื่อราวปี 300-1200 ภายในมีภาพวาดเฟรสโกบนผนังและเพดานภายในถ้ำที่ถูกวาดไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ช่างงดงามตราตรึงใจแก่ผู้มาเยือน

จากนั้น                  นครใต้ดินคาดัค(Underground City of Caduk)เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาวคัปปาโดเกียในอดีต โดยทั้งจากชาวอาหรับจากทางตะวันออกที่ต้องการเข้ามายึดครองดินแดนนี้เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้า และชาวโรมันจากทางตะวันตกด้วยเหตุผลเดียวกัน รวมทั้งต้องการที่จะหยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ด้วย เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส

ชมโรงงานผลิต พรมทอมือ หัตถกรรมของชาวตุรกีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีคุณภาพดี ลวดลายสวยงาม และมีราคาแพง หาซื้อได้ทั่วไป ลวดลายแตกต่างกันออกไปตามแหล่งที่ผลิต แต่ละท้องถิ่นจะมีสินค้าขึ้นชื่อของตนเองโดยเฉพาะ พรมที่มีราคาแพงจะทอด้วยขนสัตว์ มีชื่อเสียงมากที่สุดต้องเป็นของเมืองเฮเรเค (Hereke)พรมมี 2 แบบ ตามลักษณะความยาวของเส้นใบที่ใช้ทอคือ ฮาลี (Hali) เป็นพรมทั่วไป ที่นิยมขายกันอย่างแพร่หลาย ทำจากวัสดุ ทั้งขนสัตว์ ฝ้าย ไหม ระหว่างการทอเมื่อผูกปมแล้วจะตัดเส้นใยออก จะเหลือเพียงด้านเดียวที่มีขนปุยฟูขึ้นมา เป็นลวดลายตามที่ต้องการ อีกแบบคือ "คาลิม" (Kilim) ทอจากขนสัตว์ ฝ้าย และไหม ราคาถูกกว่าฮาลี ชนิดที่มีชื่อเสียงจะมาจากเมืองเฮเรเคจากนั้น ชมโรงงานเซรามิคและโรงงานจิวเวอรี่ อิสระเชิญท่านเลือกชมสินค้าตามอัธยาศัย

เย็น                   äรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

จากนั้น             นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “โชว์ระบำหน้าท้อง” Belly Danceเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปีในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า ชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน***ท่านจะได้รับประทานเครื่องดื่มท้องถิ่นไม่อั้น***

 ที่พัก                  พักโรงแรมตกแต่งสไตล์ถ้ำ 1 คืน AFINA CAVE HOTEL หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกันมาตรฐานระดับดาวตุรกี

** ในกรณีโรงแรมสไตล์ถ้ำเต็ม ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ใช้โรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกันแทน**                      

วันที่หก                คัปปาโดเกีย อังการา • ถ่ายรูปทะเลสาบน้ำเค็ม •อิสตันบูล                 (เช้า/กลางวัน/เย็น)

05.00 น.                นำท่านเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศ เมืองคัปปาโดเกียยามเช้า โดยการขึ้นบอลลูน โดยท่านจะเห็นวิวทั่วเมืองคัปปาโดเกีย โดยจะนั่งบอลลูนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในรายการ อัตราค่าบริการท่านละ 230 USD โดยประมาณ โดยสอบถามราคากับทางหัวหน้าทัวร์อีกทีในวันที่จะเดินทาง

เช้า                        บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

ออกเดินทางสู่ กรุงอังการา (Ankara)ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า Angora เป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒  รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ ๔๕๐ กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ ในตุรกี

ระหว่างทาง            แวะถ่ายรูป ทะเลสาบน้ำเค็ม Lake TuzTuzGolu)ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับสองของตุรกี เมื่อหน้าร้อนมาถึงน้ำจะเหือดแห้งเหลือแต่เพียงเกลือกองเป็นแผ่นหนาหลายสิบเซนติเมตร มองเห็นเป็นพื้นสีขาวสุดลูกหูลูกตา และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำหนัง Star War อีกด้วย

เที่ยง                      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่เมืองอิสตันบูล (เดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอานาโตเลีย)

เย็น                       รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก                      GOLDEN WAY HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาวที่เมือง ISTANBULมาตรฐานระดับดาวตุรกี

 

วันที่เจ็ด                บลูมอสก์ อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน ฮิปโปโดรม ฮายาโซฟีอาพระราชวังทอปกาปึ ชอปปิ้ง ณ สไปซ์มาเก็ต สนามบินอิสตันบูล      (เช้า/กลางวัน/เย็น)

เช้า                         บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

จากนั้น                  ชมสัญลักษณ์ของเมืองนครอิสตันบูล“บลูมอสก์” (Blue Mosque)สุเหร่าสีน้ำเงินสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนเมืองอิสตันบูล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสุเหร่าสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan ahmet I) เป็นสุเหร่าที่มีแรงบันดาลใจมาจากการสร้างที่ต้องการเอาชนะและต้องการให้มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียในสมัยนั้น ซึ่งวิหารเซนต์โซเฟียได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สุเหร่าแห่งนี้ประดับด้วยกระเบื้องอัซนิค บนกำแพงชั้นในที่มีสีฟ้าสดใสลายดอกไม้ต่างๆเช่นกุหลาบ ทิวลิปคาเนชั่น ฯลฯ โดยหันหน้าเข้าวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อประชันความงามกันคนละฝั่ง ถ้ามองจากด้านนอกวิหารจะมองเห็นหอสวดมนต์ 6หอ ซึ่งปกติมัสยิดจะมีหอสวดมนต์เพียง 1 หรือ 2 หอ แต่มัสยิดแห่งนี้มี หอมินาเร็ตทั้ง 6หอ ตกแต่งด้วยหน้าต่าง 260 บาน สลับด้วยกระจกสีอันน่าวิจิตร มีพื้นที่ให้ละหมาดกว้างขว้าง มีขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วย โรงเรียนสอนศาสนา โรงพยาบาล ที่พักสำหรับขบวนคาราวาน

โรงครัวต้มน้ำ ปัจจุบันเปิดให้เข้าไปทำละหมาด 24 ชั่วโมง

ชมอุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน(Basilica Cistern)เป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 กว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ตั้งแต่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น ใช้เก็บน้ำเอาไว้อุปโภคบริโภคภายในวัง โดยลำเลียงน้ำมาจากทะเลดำ ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานเเล้ว เป็นเพียงที่ท่องเที่ยวอย่างเดียวเท่านั้น 

จากนั้น                  ชม จัตุรัสสุลต่าน อาห์เหม็ด(Sultanahmed Complex)หรือที่มีชื่อเรียกมาแต่โบราณว่า ฮิปโปโดรม (Hippodrome)ซึ่งย่านแห่งนี้แต่เดิมเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองในยุคไบแซนไทน์และใช้เป็นลานกว้างสำหรับแข่งกีฬาขับรถม้า แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยจากอดีตที่มีแค่ลานและเสาโบราณอีก 3 ต้น คือ เสาโอเบลิสก์แห่งกษัตริย์เธโอโดเชียส (Theodosius Obelisk) เป็นเสาทรงสี่เหลี่ยมฐานกว้างแล้วค่อย ๆ เรียวยาวขึ้นไปเป็นยอดแหลมส่วนเสาโบราณต้นที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า เสางู (Bronze Serpentine Column) เป็นเสาบรอนซ์ที่แกะลวดลายเป็นรูปงู 3 ตัวพันเกี่ยวกันไปมาได้รับการยอมรับว่าเป็นเสาแบบกรีกที่เก่าแก่ที่สุดที่มีเหลืออยู่ในอิสตันบูล และเสาต้นที่ 3 มีชื่อว่า เสาคอนสแตนติน (Column of Constantine) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1483 แต่เดิมเป็นเสาบรอนซ์ แต่ในช่วงสงครามครูเสดได้ถูกศัตรหลอมเอาบรอนซ์ออกไปจนเหลือเพียงแค่เสาปูนเท่านั้น

เที่ยง                     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม              ฮายาโซฟีอา (Hagia Sophia)เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งและมักถูกจัดให้อยู่ในรายการสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางฮายาโซฟีอาเคยเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมานานเกือบพันปี จนกระทั่งอาสนวิหารเซบียาสร้างเสร็จในปี 1520สิ่งก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันถูกสร้างให้เป็นโบสถ์ในระหว่างปี ค.ศ. 532-537 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ และเป็นโบสถ์หลังที่สามถูกสร้างขึ้นในสถานที่เดียวกันนี้ (โบสถ์สองหลังแรกถูกทำลายในระหว่างการจลาจล) โบสถ์นี้เป็นศูนย์กลางของนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์เป็นเวลาเกือบ 1,000 ปีในปี 1453 หลังจากที่จักรวรรดิออตโตมันพิชิตจักรวรรดิไบแซนไทน์ สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 จึงดัดแปลงโบสถ์ให้กลายเป็นสุเหร่า เช่นย้ายระฆัง แท่นบูชา รูปปั้นต่าง ๆ ออก และ สร้างสัญลักษณ์ทางอิสลาม

บ่าย                                     ชมพระราชวังทอปกาปึ(Topkapi Palace)อันเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านมานานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดย ′จักรพรรดิเมห์เม็ตผู้พิชิต′(MEHMET THE CONQUEROR)ในอดีตพระราชวังทอปกาปึเคยเป็นสถานที่ฝึก

ขุนนางทหารรับใช้ของสุลต่านชาวตุรกี ซึ่งคัดเลือกเด็ก ๆ คริสเตียน(พวกนอกศาสนา)มาสอนให้เป็นเติร์กและนับถือศาสนาอิสลาม ต่อมาเมื่อขุนทหารเหล่านี้ออกมารับราชการเป็นใหญ่เป็นโตในวังก็กลายเป็นหอกข้างแคร่ และในบางยุคก็ร่วมก่อการปฏิวัติรัฐประหารเลยด้วยซ้ำ ในที่สุดสุลต่าน ′มาห์มุทที่ 3′ ก็ตัดสินใจยุบระบบขุนนางทหารรับใช้ซึ่งยืนยงมากว่า 350 ปีนี้ลง และปฏิรูประบบการจัดการทหารในประเทศเสียใหม่ โดยการนำการจัดทัพแบบยุโรปมาใช้ ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน

จากนั้น                  ชอปปิ้ง ณ สไปซ์มาเก็ตเป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่ยาวนาน ถึง 350 กว่าปีสินค้าที่ขายอันดับหนึ่ง ได้แก่เครื่องเทศ ตามชื่อของตลาดสไปซ์ โดยแทบทุกร้านจะมีกระบะไม้วางเรียงกัน แต่ละกระบะจะบรรจุเครื่องเทศกลิ่นต่างๆ เช่นเครื่องเทศสำหรับหมักเนื้อ ต้มน้ำซุป หรือ แม้แต่อบเชยหรือซีเนมอนที่ใช้ผสมกับเครื่องดื่มนอกจากเครื่องเทศแล้วยังมีสินค้าประเภทถั่ว ชาผลไม้ รวมไปถึงผลไม้อบแห้งน้ำผึ้งแท้ น้ำมันหอมระเหย ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก รวมถึงเตอกิชดีไลท์ ขนมหวานเตอร์กิชต้นตำรับแท้ๆ 

เย็น                       รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

จากนั้น                  ได้เวลาอันสมควร เดินทางเข้าสู่สนามบินอิสตันบูล

วันที่แปด              สนามบินอิสตันบูล • กรุงเทพ

01.50 น.                 ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ TK68    

14.50 น.                 เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม